ขีดจำกัดที่ต้องก้าวข้าม

    ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในยุคของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ที่เข้ามาปลุกปั้นทีม “ไก่เดือยทอง” ให้กลายเป็นทีมระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ออกจากการคุมทีมเซาต์แธมตันมารับตำแหน่งนายใหญ่ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เมื่อปี 2014 ซึ่งโปเช็ตติโน่พาสเปอร์ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด และพาทีมได้ไปเล่นในฟุตบอลยุโรปมาโดยตลอดระยะเวลา 4 ปี ซึ่งมีเพียงฤดูกาลแรกเท่านั้นที่กุนซือวัย 46 ปีทำทีมหลุดจากตำแหน่งท็อปโฟร์ โดยจบอันดับที่ 5 และได้ไปเล่นเพียงศึกยูโรป้า ลีกเท่านั้น แต่หลังจากนั้นมาอดีตนักเตะของเอสปันญ่อล และปารีส แซงต์ แชร์กแมง สามารถทำอันดับได้ดีมาโดยตลอด และได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกตลอด 3 ปีหลังสุด โดยเฉพาะฤดูกาล 2016-2017 พวกเขาเป็นถึงรองแชมป์ในฤดูกาลนั้นด้วย โดยแพ้ให้กับเชลซีในยุคของอันโตนิโอ คอนเต้นั่นเอง แต่การทำทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์จบอันดับ 1 ใน 4 ในยุคนี้ได้ 3 ฤดูกาลติดต่อกันถือว่าไม่ใช่ผลงานที่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะตอนนี้พรีเมียร์ลีกไม่ได้มีแค่ทีมระดับบิ๊กโฟร์เหมือนสมัยก่อนแล้ว แต่มันกลายเป็นทีมระดับบิ๊ก 6 ไปแล้วด้วย ซึ่งถือว่าเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ได้รับคำชมไปอย่างมากกับการที่พาทีม “ไก่เดือยทอง” มาถึงจุดนี้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีทุนไม่หนาเหมือนทีมอื่นๆ ก็ตาม

แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเป็นเครื่องหมายคำถามของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่อยู่ก็คือการที่เขาไม่สามารถสร้างแชมป์ให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ได้เสียที ทั้งๆ ที่ก็คุมทีมมาแล้วถึง 4 ฤดูกาล ซึ่งนี่เป็นข้อตำหนิเดียวของเขาเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันถือว่าเป็นจุดที่กั้นกันระหว่างกุนซือที่ดีกับกุนซือที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งกุนซือที่ประสบความสำเร็จจะต้องสามารถพาทีมคว้าแชมป์รายการใดรายการหนึ่งให้ได้เป็นอย่างน้อย ไม่ว่าจะเป็นถ้วยเล็กอย่างลีก คัพ หรือว่าเอฟเอ คัพก็ตาม แต่ว่ามันก็หมายถึงแชมป์นั่นเอง ที่มันจะบ่งบอกว่าคุณคือกุนซือที่เก่งในช่วงเวลาที่พาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จด้วย แต่ว่าในรายของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่นั้น ยังไม่มีในส่วนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องหมายคำถามเพียงอย่างเดียวของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ที่เขาจะต้องเร่งผลิตแชมป์มาประดับตู้โชว์ของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ให้ได้โดยเร็ว เพื่อโอกาสที่เขาจะได้ใต่เต้าไปคุมทีมในระดับที่สูงขึ้นกว่านี้ด้วย อย่างเรอัล มาดริด หรือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นต้น